๙๒ ปี ๑๑ มกราคม ๒๕๖๓ รำลึกชาตกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) สานต่อปณิธานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก … โดย พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี ป.ธ.๙, ดร.

“พระพุทธศาสนาในเมืองไทย อีก ๕๐ ปี อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราเห็นอยู่ในเวลานี้ก็ได้ ประเทศไทยตรงนี้อาจจะไม่ใช่ประเทศไทย สำหรับพระพุทธศาสนาอีกต่อไป …ความไม่เที่ยงสูงสุด พระพุทธเจ้าหมายเอาความไม่เที่ยงของเบญจขันธ์ แต่ความไม่เที่ยงในโลกนี้เหมือนกันทุกอย่าง เมื่อเปลี่ยนแปลงแล้ว ก็ย่อมมีผลกระทบทอดกับไปหมด ไม่มากก็น้อย

“แม้การให้มีพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ การสร้างวัดขึ้นในต่างประเทศ การให้พระได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ก็เพื่อเตรียม ต่อลมหายใจพระพุทธศาสนา ให้อยู่ในโลกต่อไป ไม่ใช่เพื่ออะไร ก็เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่มหาชน”

“ที่ทำนี้ก็ทำตามพระพุทธเจ้าสอน พระพุทธศาสนาจะอยู่ได้ ก็เพราะพุทธบริษัท แล้วพุทธบริษัทคือใคร ที่เห็นชัดก็คือ พระเณร ถ้าพระเณรไม่ทำแล้วใครจะทำ”

พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี ป.ธ.๙, ดร. ผู้เขียน

รำลึกชาตกาล งานสานต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก ตามปณิธานเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร)

๑๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๓

โดย พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี ป.ธ.๙, ดร.

จากซ้าย พระมหา ดร. ขวัญชัย กิตฺติเมธี , พระมหา ดร.ฐานันดร เขมปญฺโญ, พระมหาอภิชาติ ธมฺมาภินนฺโท , พระครูสิริวิหารการ ในขณะนั้น และ พระมหา ดร.ไกรวรรณ ชินทตฺติโย

๑. โครงการธรรมเยียวยาใจ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

๒. โครงการเยี่ยมพระพบปะโยม ในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนใต้

๓. โครงการธรรมสัญจรเยียวยาใจ ในพื้นที่ภาคเหนือ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

๑. เพื่อให้พระวิทยากรที่เข้าร่วมสัมมนาได้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และมีเครือข่ายที่เข้มแข็ง

๒. เพื่อให้พระวิทยากรที่เข้าร่วมสัมมนาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ ข้อคิดเห็น ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ในการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา

๓. เพื่อให้พระวิทยากรแต่ละภูมิภาครวมกลุ่มทำโครงการขับเคลื่อนงานเผยแผ่เชิงรุกในทุกภูมิภาค และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพระวิทยากรกระบวนธรรมทุกภูมิภาคและพระวิทยากรส่วนกลาง

๔. เพื่อให้พระวิทยากรได้เจริญรอยตามปณิธานและน้อมรำลึกชาตกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) ปีที่ ๘๙

สำหรับพระวิทยากรกระบวนธรรมที่เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนั้นมีจำนวน ๕๘ รูป  กิจกรรมในวันนั้นประกอบไปด้วย สัมมนาหัวข้อเรื่อง “สานต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก” ตามปณิธานเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) และแบ่งกลุ่มเขียนโครงการเพื่อขับเคลื่อนงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุกในแต่ละพื้นที่ทุกภูมิภาคของประเทศ ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ – ๑๑.๐๐ น. และเข้ารับโล่เกียรติคุณกับพระเดชพระคุณ พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร, กรรมการมหาเถรสมาคม, เจ้าคณะภาค ๑๐, ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ และประธานคณะกรรมการโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ ในครั้งนั้น ในเวลา ๑๓.๐๐ เป็นต้นไป

ความเป็นมาก่อนหน้านี้

มีจุดเน้นเพื่อการเรียนรู้พระพุทธศาสนา ผ่านการฟังบรรยาย (สุตมยปัญญา) การพินิจชีวิตตน (จินตามยปัญญา) และการทำกิจกรรม (ภาวนามยปัญญา)ผ่านกระบวนการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่ม ในรูปแบบการสนทนาธรรม (ธรรมสากัจฉา) โดยกัลยาณมิตรผู้ทำให้รู้เกิดการรู้คิด (โยนิโสมนสิการ) ที่มีทั้งพระวิทยากรจากส่วนกลาง พระธรรมทูตในพื้นที่ และเพื่อนพุทธศาสนิกชน ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ และสร้างเครือข่ายพุทธศาสนิกสัมพันธ์ร่วมกันกับเครือข่ายพระธรรมทูตผลผลิตที่คาดหวังคือเพื่อให้พุทธศาสนิกชน เกิดขวัญ กำลังใจ ได้ข้อคิด มีพระพุทธศาสนาเป็นหลักในการดำรงชีวิต อุปถัมภ์พระภิกษุสามเณร ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เกิดเครือข่ายพุทธศาสนิกสัมพันธ์และทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาร่วมกันกับเครือข่ายพระธรรมทูต

สมเด็จพระพุฒาจารย์

(เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ)

พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เลขานุการสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ วัดสระเกศ ในขณะนั้น

พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ในขณะนั้น

พระครูสิริวิหารการ ในขณะนั้น

พระราชกิจจาภรณฺ (เทอด ญาณวชิโร) กับ พระครูสิริวิหารการ ในขณะนั้น และคณะสงฆ์กลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม

ที่มา : https://www.manasikul.com/ ๑๑-มกราคม-๒๕๖๓-รำลึกชาตก