รีวิวหนังสือ ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย

เขียนโดย โรเบิร์ต ไอ. ซัตตัน แปลโดย ไอริส ชั้นศิริ

“คนเฮงซวย” มีอยู่ทุกที่ ทุกหน่วยงาน และองค์กร ผมสนใจหนังสือเล่มนี้ทันทีที่เจอบนชั้นวางในร้านหนังสือ เพราะคำว่า “คนเฮงซวย” มันสะดุดใจ
หลายวันก่อนได้ฟังเรื่องราวของคนเฮงซวยในหน่วยงานบางหน่วยงาน ที่ทำให้คนร่วมงานนั้น เกิดความรู้สึกอึดอัดใจ และทยอยลาออกไปทีละคน และแล้วคนเฮงซวยก็ได้ครอง ฟังแล้วก็สะเทือนใจ
ก็ได้แต่รับฟัง ไม่มีคำแนะนำอะไรมาก เพราะมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซึ่งตอนนี้ถ้าใครเจอสถานการณ์แบบนั้นอยู่จะแนะนำหนังสือเล่มนี้เลย …
การอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย มันต้องมีศิลปะ
โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้เจอคนเฮงซวยในชีวิตเท่าไหร่ พออ่านเล่มนี้แล้วจึงถึงบางอ้อว่า..เรานี่เองที่เป็นคนเฮงซวย..5555
อย่างแรกที่จะต้องทำก็คือ พิจารณาตัวเองให้ดีเสียก่อนว่า “เราไม่ใช่คนเฮงซวยเสียเอง” เพราะการปรับปรุงตัวเองย่อมง่ายกว่า การแก้ไขคนอื่น
อย่างที่สองคือ ประเมินสถานการณ์ ดูความผลกระทบที่เกิดจากคนเฮงซวยนั้นเลวร้ายแค่ไหน และต้องแก้ไขเร่งด่วนขนาดไหน และที่สำคัญประเมินให้เห็นแก่นแท้ของคนเฮงซวย ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนเฮงซวยจริงๆ หรือสถานการณ์บีบให้เขาเป็นแบบนั้น “เพราะเรากลายเป็นคนเฮงซวยชั่วคราวได้ ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ผิด”
อย่างที่สาม กำหนดแนวทางการเผชิญหน้ากับคนเฮงซวย ในหนังสือแนะนำไว้น่าสนใจ คือ

  • 1. หนีออกมาแบบสวยๆ “การหลีกเลี่ยงคนเฮงซวยตั้งแต่แรก ดีกว่าวิ่งหนีทีหลัง” แต่เมื่อต้องหนีก็จะต้องหนีออกมาอย่างฉลาด ไม่พลาดให้กับคนเฮงซวยทำให้เราเสียอารมณ์จนเผลอสติกระทำสิ่งที่ผิดพลาดไป เพราะมันจะกลายเป็นเราหนีความผิด ไม่ใช่หนีคนเฮงซวย ฉะนั้น เราสามารถที่จะเดินจากมาแบบสวยๆ อย่างมั่นใจ ปล่อยให้คนเฮงซวยหลงครั่งในกะลาของเขาเองต่อไป
  • 2. ลดการพบเจอ ถ้าเราไม่มีอำนาจมากพอที่จะต่อกรหรือตอบโต้คนเฮงซวยในองค์กร เราสามารถที่จะหลีกเลี่ยงการพบเจอ ให้รักษาระยะห่าง หลบหลีกอย่างมีกลยุทธ์ บางครั้งก็ต้องทำตัวเองเป็นอากาศ อยู่ตรงนั้นแต่อย่าแสดงตัว เพราะคนเฮงซวยกำลังถลึงตาหาเหยื่อ รู้จักชะลอจังหวะ รอให้คนเฮงซวยแผ่พ้นออกมาจนถึงที่สุดก่อน แล้วเราค่อยพูดออกไปอย่างนุ่มนวลมีสติ หรือไม่ก็ยิ้มรับอย่างอ่อนโยน แต่อย่าไปแหย่เพิ่มเพราะแค่เรานิ่งได้ คนเฮงซวยก็จะอึดอัดตายแล้ว แต่ถ้าเราโดนเข้าไปเยอะก็ขอให้มี “โซนปลอดภัย” เพราะหลบเลียแผลใจสักพัก ก่อนจะกลับออกไปผจญต่อ เพราะยังไงเราก็ยังต้องทำงานที่นี้ต่อไป
  • 3. พิทักษ์จิตวิญญาณ คุณไม่ใช่คนผิด “พยายามอย่าโทษตัวเอง” อย่าปล่อยให้ตัวเองเครียดเพราะการกระทำของคนเฮงซวย “มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น” ลดความกลัวหรือความกังวลของเราลง ในขณะเดียวกันก็ “จดจ่อที่สิ่งดีๆ” พร้อมทั้ง “ลอยตัวอยู่เหนือมัน” ซึ่งถ้าเราลอง “มองย้อนกลับมาจากอนาคต” เราอาจจะเห็นว่าการทุกข์ใจไปกับคนเฮงซวยในตอนนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย ผ่านพ้นตรงนี้ไป มันก็จะกลายเป็นแค่รอยจำ
  • 4. ตอบโต้ “หักห้ามความอยากที่จะสะใจในทันที ทำใจให้เย็นลง และเตรียมแผนการ” เพราะการสู้รบกับคนเฮงซวยนั้นเป็นความเสี่ยง ซึ่งบางครั้งมันไม่คุ้ม เราจึงจำเป็นที่จะต้อง “เผชิญหน้าอย่างสงบ มีเหตุผล และตรงไปตรงมา” ซึ่งการแก้แค้นอาจจะหอมหวาน แต่ก็อาจไร้ประโยชน์และอันตราย ถึงกระนั้นในบางครั้งเราก็จำเป็นที่จะต้องตอบโต้เพื่อทวงศักดิ์ศรี และความรู้สึกของเรา แน่นอนว่าเราจะไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ร้อน
  • 5. จงมีส่วนร่วมแก้ไข อย่ามีส่วนสร้างปัญหา ไม่มีใครอยากจะเป็นคนเฮงซวยทั้งชีวิต การที่เราตอบโต้คนเฮงซวยก็ไม่ใช่เพราะเราเกลียดชังเขา แต่เพราะเราอยากจะช่วยเหลือตนเองและปกป้องคนอื่นไม่ให้ถูกกระทำ และในบางครั้งคนเฮงซวยบางคนก็เป็นแค่เปลือกนอก หาเราสามารถกะเทาะจนเข้าถึงเข้าใจเขาแล้ว เขาอาจจะกลายเป็นมิตรที่ดีคนหนึ่ง เพราะแม้แต่คนเฮงซวยก็ชอบให้คนอื่นทำดีด้วย ไม่ชอบคนที่ร้ายใส่ เพราะฉะนั้น เราจึงต้องส่องกระจกดูตัวเองว่า เรามีส่วนสร้างปัญหาหรือเปล่า จากมุมมองแบบตีตราของเราเอง

โดย พระมหาประสิทธิ์ เพื่อชีวิตดีงาม

CR : http://www.prasitsblog.com/2020/03/blog-post.html