รีวิวหนังสือ วางมือถือลงบ้าง

โดย พระไพศาล วิสาโล

หลวงพ่อไพศาลเล่าถึง
กิจวัตรประจำวันของเรานอกจาก ล้างหน้า ถูฟัง อาบน้ำ กินข้าวล้างจานแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ ชาร์จโทรศัพท์

และยังมีอย่างอื่นอีก เช่น หูฟังบูลทูธ พาวเวอร์แบงค์ นาฬิกาวัดสุขภาพ ชาร์จกันทุกวัน วันละสองสามครั้ง จนกลายเป็นเรืองสำคัญ ไปไหนก็ต้องถามว่า ที่ชาร์จไฟอยู่ที่ไหน บางคนมาวัดนอกจากจะถามว่า มีสัญญาณโทรศัพท์ไหม ก็ยังถามว่า ชาร์จไฟสะดวกไหม มันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ของคนสมัยนี้ จนบางทีให้ความสำคัญมากกว่าการเติมอาหารใส่ท้องเสียอีก

อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่เรามักจะมองข้ามทั้งๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากคือใจเรา เราไม่ค่อยนึกถึงการเติมสิ่งดีๆ ให้กับใจเราบ้าง

เคยถามตัวเองไหมว่า เราเติมอะไรให้ใจบ้างรึยัง

สถิติคนไทยดูโทรศัพท์ 300 ครั้งต่อวัน คือดูข้อความทุกสามนาทีเลย

กลายเป็นสิ่งที่รบกวนสมาธิจนไม่สามารถที่จะจดจ่อกับอะไรได้นานๆ

มีการทดลอง โดยให้นักเรียนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก สอบโดยมีโทรศัพท์วางไว้บนโต๊ะคว่ำหน้าไว้ แต่ไม่ให้จับ และอีกกลุ่มให้วางโทรศัพท์ไว้นอกห้องสอบ

ผลการทดลองพบว่า กลุ่มแรกทำคะแนนได้น้อยกว่ากลุ่มที่สอง และมีอาการขาดสมาธิอย่างเห็นได้ชัดเพราะคอยจะมองโทรศัพท์เกือบจะตลอด

การดูโทรศัพท์มากๆ กลายเป็นสาเหตุให้ใจไม่มีเรี่ยวแรงและหมดพลังเพราะการเสพสื่อข่าวสารต่างๆ อย่างขาดสติ

บ่อยครั้งที่จิตใจห่อเหี่ยวหดหู่ไปกับข่าวปลอมในสื่อออนไลน์

การเติมพลังให้จิตใจ ควรเติมความสงบโดยการรู้จักหยุด รู้จักวางบ้าง ไม่ใช่แค่วางงานการในบางเวลาเท่านั้น ที่สำคัญคือรู้จักวางโทรศัพท์บ้าง

มันกลายมาเป็นความสามารถสำคัญสำหรับเราเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองทุกข์หรือเครียดมากเกินไป

การรู้จักปิดโทรศัพท์ วางโทรศัพท์ หรือการหยุดเสพหยุดรับข้อมูลข่าวสารบ้าง เป็นการฝึกจิตอย่างหนึ่งที่มีอานิสงส์มาก เป็นการบำรุงจิใจ ทำให้ใจได้พัก เป็นการเติมความว่างให้กับใจ ช่วยให้ใจมีพลังและความสงบ พร้อมทั้งมีสมาธิกับงาน เป็นศิลปะสร้างความสุขง่ายๆ ให้ใจสำหรับคนในยุคนี้

โดย พระมหาประสิทธิ์ เพื่อชีวิตดีงาม