3 พลัง

ตอนเรียน. ป. ตรี. ชีวิตไม่ค่อยจะราบรื่นนัก แต่จริง ๆ ก็ยากยุ่งมาตลอด
ก็เลยคิดว่าขื่นปล่อยใจท้อแบบนี้คงไม่รอดแน่
ไหน ๆ ก็เรียนจิตวิทยา. ลองสิว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
อ่านหนังสือหลายเล่ม

3. พลัง

ตอนเรียน. ป. ตรี. ชีวิตไม่ค่อยจะราบรื่นนัก แต่จริง ๆ ก็ยากยุ่งมาตลอด

ก็เลยคิดว่าขื่นปล่อยใจท้อแบบนี้คงไม่รอดแน่

ไหน ๆ ก็เรียนจิตวิทยา. ลองสิว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

อ่านหนังสือหลายเล่ม

สรุปได้ว่า. การที่เราจะผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตไปได้นั้นจะต้องมีพลังสำคัญอยู่. 3. อย่าง

1. พลังกาย. เราต้องมีร่างกายที่แข็งแรง สุขภาพดี จึงหันมากินข้าวไม่ละเลยและพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึกเหมือนก่อนนั้น

2. พลังใจ. เพราะใจเราท้อเลยมองไม่เห็นทางออกของชีวิต จึงหันมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น. ฝึกใจให้สงบมากขึ้น. ไม่วู่วาม ไม่ฟูมฟาย ทำใจให้เยือกเย็น. แต่ทำยังไงไปจนหลายคนบอกว่า เย็นชา. อันนี้ก็ต้องปรับตัวใหม่. ตั้งใจว่า. จะซ้อมใจไว้เจอทุกข์ และให้ใจสนุกกับการเผชิญทุกสิ่ง ทั้งผิดหวัง. ล้มเหลว และพลาดพลั้ง

3. พลังความคิด. เมื่อก่อนไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่. คิดไปตามอารมณ์เข้ามากระทบ. และบ่อยครั้งที่คิดผิด และทุกข์เพราะความคิดของตนเอง. จึงต้องปรับใหม่. โชคดีตอนนั้นสนใจหนังสือพุทธธรรม. ในนั้นมีวิธีคิดทางพระพุทธศาสนา. อ่านโอ้ววว. วิธีคิดมีตั้งหลายอย่าง กลัวๆมาก็สนุกที่จะเอาวิธีเหล่านั้นมาใช้กับเหตุการณ์ต่าง ๆ ของชีวิต. พร้อมทั้งเพิ่มพูนด้วยการอ่านหนังสือเพิ่ม. หาประสบการณ์และลองทำอะไรใหม่ๆ เติมเต็มทักษะการคิดวิเคราะห์ วิพากษ์แต่ที่ยากคือ ความคิดสร้างสรรค์ อันนี้เป็นข้อค้นพบตอนเรียน ป ตรี และก็ทดลองใช้จริง. เผื่อจะมีประโยชน์กับบางท่าน. และเมื่อก้าวมาจนถึงตอนนี้ ก็ พบพลังอีกหลายอย่างเลย ไว้ติดตามตอนต่อไป…..